วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552




ทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว?

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เที่ยวเกาหลี




National Folk Museum of Korea














ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในสมัย ราชวงศ์โชซอน การเข้ามาเที่ยวที่หมู่บ้านวัฒนธรรม เกาหลี จึงมอบประสบการณ์พิเศษ คุณจะได้เห็นทั้งบ้านเรือน สถานที่ราชการ ร้านยา โรงเรียน โรงตีเหล็ก หรือแม้แต่จวนของข้าราชการชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีตลาดโบราณที่ขายอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองอย่าง ต๊อก (เค้กข้าว) และจานอร่อย ๆ อื่น ๆ
ด้านหน้าพิพิธภํณฑ์จะมีวัดขนาดใหญ่ ทางเดินสองข้างทางประกอบด้วยไม้แกะสลักเป็นผีสางเทวดาที่คอย
เฝ้ารักษา เหมือนผีบ้านผีเรือนที่คอยคุ้มครองเจ้าของบ้าน
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีใต้ หรือ National Folk Museum of Korea เป็นพิพิธภัณธ์ที่แสดงวิถีชีวิตพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ในช่วงราชวงศ์โจวชอน เช่น การแต่งกายของราชวงศ์ต่างๆ การทำนา การทำสวน การทำกิมจิ วัตถุโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เราเข้าใจรากเหง้าของชาวเกาหลีมากขึ้น
มาบริเวณแห่งนี้แล้ว ระหว่างทางเดินทางไปพระราชวังเคียงบอก ก็อย่าลืมเลยไปยังอนุเสาวรีย์สันติภาพของชาวเกาหลี ซึ่งสร้างเป็นประติมากรรมนกฟินิกซ์ ซึ่งสร้างอยู่ในวงเวียนอยู่สุดขอบถนน ฉากหลังก็เป็นภูเขาหินแกรนิตตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม
ส่วนถนนที่เข้าสู่พระราชวังแห่งนี้ เรียกว่า ถนนเซจองโน เป็นถนนที่เขาห้ามถ่ายภาพ โดยเฉพาะจุดที่ผ่านทำเนียบผู้นำเกาหลีใต้ เขาตรวจอย่างเข้มงวด อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ เหตุที่เขาต้องระวังมาก เพราะเกรงว่าสายลับเกาหลีเหนือจะแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว เข้ามาเพื่อถ่ายภาพนำไปเป็นข้อมูลทางการทหาร






Folk Museum พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน ท่องเที่ยวเกาหลี





พระราชวังเคียงบ๊อก






วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Card VGAหรือDisplay Adapter

มีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณ digital ให้เป็นสัญญาณภาพ โดยมี Chip เป็นตัวหลักในการประมวลการแปลงสัญญาณ ส่วนภาพนั้น CPU เป็นผู้ประมวลผล แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีการประมวลผลภาพนั้น VGA card เป็นผู้ประมวลผลเองโดย Chip นั้นได้เปลี่ยนเป็น GPU (Grarphic Processing Unit) ซึ่งจะมีการประมวลภาพในตัว Card เองเลย เทคโนโลยีนี้เป็นที่แพร่หลายมาก เนื่องจากราคาเริ่ม ปรับตัวต่ำลงมาจากเมื่อก่อนที่เทคโนโลยีนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ โดย GPU ค่าย Nvidia เป็นผู้ริเริ่มการลุยตลาด
Slot เสียบการ์ดแบบต่างๆ หลักการทำงานพื้นฐานของการ์ดแสดงผลจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อโปรแกรมต่างๆ ส่งข้อมูลมาประมวลผลที่ ซีพียูเมื่อซีพียูประมวลผล เสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลที่จะนำมาแสดงผลบนจอภาพมาที่การ์ดแสดงผล จากนั้น การ์ดแสดงผล ก็จะส่งข้อมูลนี้มาที่จอภาพ ตามข้อมูลที่ได้รับมา การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาส่วนใหญ่ ก็จะมีวงจร ในการเร่งความเร็วการแสดงผลภาพสามมิติ และมีหน่วยความจำมาให้มากพอสมควร

ระบบ USB มีคุณสมบัติ ดังนี้ • สามารถลดข้อจำกัดในการต่ออุปกรณ์พ่วงได้มากขึ้นถึง 127 ชิ้น • ขยายอุปกรณ์มาตรฐานด้วยไดรเวอร์มาตรฐานได้ • สามารถจ่ายไฟฟ้าขนาด 5 Volt ให้แก่อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับ USB • "Hot Swapping" สนับสนุนการต่อ ,ถอดออก และรีเซต อุปกรณ์ที่ติดต่ออยู่โดยไม่ต้อง Reset เครื่อง Computer • สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้สูงสุดถึง 1.5 Mbit/Sec และ 12 Mbit สัญญาณเสียง และสัญญาณภาพ • ลดจำนวนสายเคเบิล ท การเชื่อมต่อนั้นก็ง่ายเนื่องจากสายสัญญาณมีแค่ 4 สายสัญญาณ คือ V+ ,D+, D- และ V- โดยสายสัญญาณข้อมูล (D+ และ D-)นั้นจะเป็นแบบ Twist pair • สายเคเบิลนั้นสามารถนั้นสามารถยาวได้ถึง 5 เมตร • มีระบบ Suspend เพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน • มีการกำหนดค่าตำแหน่งแอดเดรสของ อุปกรณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ
โดยที่ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อกับ USB Hub นั้นจะเรียกว่า โหนด หรือ Function จะมีอุปกรณ์พิเศษ ที่เรียกว่า Hub ช่วยในการเชื่อมต่อ โดยตัวนี้นี่เอง ที่ทำให้เมื่อเราทำการถอดอุปกรณ์ ใดอุปกรณ์ หนึ่งออกไปก็จะไม่มีผลกับตัวอื่น โดยการต่อนั้น จะต่อกันลงไปเป็นทอดๆ ดังนั้นจึงเกิดเป็นลักษณะคล้าย ต้นไม้ และ Hub ที่ไม่ใช่ Root Hub นั้นจะเรียกว่า embedded hub
การเชื่อมต่อทางกล ในการเชื่อมต่อของ USB นั้นจะสายเคเบิลแบบ 4 คอร์ ซึ่งมีตำแหน่งขาดังนี้ • ขา 1 เป็น Voltage + • ขา 2 เป็น DATA - • ขา 3 เป็น DATA+ • ขา 4 เป็น Voltage -
การเชื่อมต่อทางไฟฟ้า สายส่งข้อมูลของระบบ USB มี 2 สาย สำหรับ สัญญาณ D+ และ D- ในการส่งสัญญาณ สัญญาณจะถูกส่งในลักษณะส่งสัญญาณความต่าง ซึ่งก็ คือ
กรณีในการส่งสัญญาณ "0" สัญญาณD- จะมีระดับแรงดันที่สูงกว่า D+ กรณีในการส่งสัญญาณ "1" สัญญาณD- จะมีระดับแรงดันที่ต่ำกว่า D+
การจ่ายกำลังไฟฟ้า สามารถจ่ายให้ได้สูงสุด 5 โวลต์ และ ต่ำสุด 4.75 โวลต์ จ่ายกระแสได้สูงสุด 5 แอมป์ สำหรับอุปกรณ์ต่างๆเฉพาะที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ
HRADDISK


คอมพิวเตอร์มีส่วนที่สำคัญคือ ส่วนประมวลผล ส่วนรับข้อมูล และก็ส่วนแสดงผล แต่ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลมาประมวลผลก็ต้องมีข้อมูล ซึ่งข้อมูลนั้นจะต้องถูกนำมาจากที่แห่งหนึ่งนั้นก็คือส่วนที่เรียกว่า Storage ซึ่งคอมพิวเตอร์ในยุคแรกจะเป็นกระดาษที่เป็นรู ซึ่งใช้งานยาก จากนั้นได้พัฒนามาใช้ แผ่นพลาสติกที่เครื่องด้วยสารแม่เหล็ก ที่เรียกว่า Diskette ต่อมาเมื่อข้อมูลมากขึ้นจำนวนการเก็บข้อมูลก็มากขั้นทำให้การเก็บข้อมูลลงบนแผ่น Diskette นั้นไม่เพียงพอ ต่อมาก็ทำการพัฒนามาเป็น Hard Disk ในปัจจุบัน ระบบของ Hard disk ต่างจากแผ่น Diskette โดยจะมีจำนวนหน้าในการเก็บข้อมูลมากกว่า 2 หน้า ในการเก็บข้อมูลของ Hard Disk นั้นก็ไม่ต่างกับการเก็บข้อมูลลงบน Diskette ทั่วไปมากนัก Hard Diskส่วนใหญ่ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กมากกว่า 2แผ่นเรียงกันอยู่บนแกน Spindle

ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อมๆกัน Hard Disk ใช้หัวอ่านเพียงหัวเดียวในการทำงาน ทั้งอ่านและเขียนข้อมูล ในการเขียนข้อมูลหัวอ่านจะได้รับกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าสู่คอยล์ของหัวอ่าน เพื่อรับข้อมูล เป็นการแปลงความหนาแน่นของสารแม่เหล็กที่เคลือบอยู่บน Disk ออกมาให้กับ CPU เพื่อทำการประมวลผล ส่วนการเก็บข้อมูล จะเก็บอยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอล โดยเก็บเป็นเลขฐาน 2 คือ 0 และ 1 การเก็บข้อมูลจะเริ่ม


Seek Time

เป็นระยะเวลาที่แกนยืดหัวอ่านเขียน Hard Disk เคลื่อนหัวอ่านเขียนไประหว่างแทร็คของข้อมูลบน Hard Disk ซึ่งในปัจจุบัน Hard Disk จะมีแทร็คข้อมูลอยู่ประมาณ 3,000 แทร็คในแต่ละด้านของแพล็ตเตอร์ ขนาด 3.5 นิ้ว ความสามารถในการเคลื่อนที่ จากแทร็คที่อยู่ไปยังข้อมูลในบิตต่อไป อาจเป็นการย้ายตำแหน่งไปเพียง อีกแทร็คเดียวหรืออาจย้ายตำแหน่งไปมากกว่า 2,999 แทร็คก็เป็นได้ Seek time จะวัดโดยใช้หน่วยเวลาเป็น มิลลิเซก (ms) ค่าของ Seek time ของการย้ายตำแหน่งของแขนยึดหัวอ่านเขียน ไปในแทร็คถัดไปในแทร็คที่ อยู่ติดๆกันอาจใช้เวลาเพียง 2 ms ในขณะที่การย้ายตำแหน่งจากแทร็คที่อยู่นอกสุดไปหาแทร็คที่อยู่ในสุด หรือ ตรงกันข้ามจะต้องใช้เวลามากถึงประมาณ 20 ms ส่วน Average seek time จะเป็นค่าระยะเวลาเฉลี่ย ในการย้ายตำแหน่ง ของหัวเขียนอ่านไปมาแบบสุ่ม (Random) ในปัจจุบันค่า Average seek time ของ Hard Disk จะอยู่ ในช่วงตั้งแต่ 8 ถึง 14 ms แม้ว่าค่า seek จะระบุเฉพาะคุณสมบัติในการทำงานเพียง ด้านกว้างและยาวของ แผ่นดิสก์ แต่ค่า Seek time มักจะถูกใช้ในการเปรียบเทียบ คุณสมบัติทางด้านความ เร็วของ Hard Disk ปกติจะเรียกรุ่นของ Hard Disk ตามระดับความเร็ว Seek ค่า Seek time ยังไม่สามารถแสดงให้ประสิทธิภาพทั้งหมดของ Hard Disk ได้ จะแสดงให้เห็นเพียงแต่การค้นหาข้อมูลในแบบสุ่ม ของตัว Drive เท่านั้น ไม่ได้แสดงในแง่ของ การอ่านข้อมูลแบบเรียงลำดับ (sequential)


Cylinder Switch Time


เวลาในการสลับ Cylinder สามารถเรียกได้อีกแบบว่าการสลับแทร็ค (track switch) ในกรณีนี้แขนยึดหัวอ่านเขียนจะวางตำแหน่งของหัวอ่านเขียนอยู่เหนือ Cylinder ข้อมูลอื่น ๆ แต่มีข้อแม้ว่า แทร็คข้อมูลทั้งหมดจะต้องอยู่ใน ตำแหน่งเดียวกันของแพล็ตเตอร์อื่น ๆ ด้วย เวลาในการสลับระหว่าง Cylinder จะวัดด้วยระยะเวลาเฉลี่ยที่ตัว ไดร์ฟใช้ในการสลับจาก Cylinder หนึ่งไปยัง Cylinder อื่น ๆ เวลาในการสลับ Cylinder จะวัดด้วยหน่วย ms


Head Switch Time

เป็นเวลาสลับการทำงานของหัวอ่านเขียน แขนยึด หัวอ่านเขียนจะเคลื่อนย้ายหัวอ่านเขียนไปบนแพล็ตเตอร์ที่อยู่ในแนวตรงกัน หัวอ่านเขียนเพียงหัวเดียวทำหน้าที่อ่านหรือบันทึกข้อมูลในเวลาใดเวลาหนึ่ง ระยะเวลาในการสลับกันทำงานของหัวอ่านเขียนจะวัดด้วยเวลาเฉลี่ยที่ตัวไดร์ฟใช้สลับ ระหว่างหัวอ่านเขียน สองหัวในขณะ อ่านบันทึกข้อมูล เวลาสลับหัวอ่านเขียนจะวัดเป็นหน่วย ms Rotational Latency เป็นช่วงเวลาที่คอยการหมุนของแผ่นดิสก์ภายในการหมุนภายใน Hard Disk เกิดขึ้นเมื่อหัวอ่านเขียนวางตำแหน่งอยู่เหนือแทร็คข้อมูลที่เหมาะสม ระบบการทำงานของหัวอ่านเขียนข้อมูลจะรอให้ตัวไดร์ฟ หมุนแพล็ตเตอร์ไปยังเซ็กเตอร์ที่ถูกต้อง ช่วงระยะเวลาที่รอคอยนี้เองที่ถูกเรียกว่า

Rotational Latency

ซึ่งจะวัดเป็นหน่วย ms แต่ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ RPM (จำนวนรอบต่อนาที)


การควบคุม Hard Disk


Hard Disk จะสามารถทำงานได้ต้องมีการควบคุมจาก CPU โดยจะมีการส่งสัญญาณการใช้งานไปยัง Controller Card ซึ่ง Controller Card แบ่งออกได้ประมาณ 5 ชนิด ซึ่งจะกล่าวถึงเพียง 3 ชนิดที่ยังคงมีและใช้อยู่ในปัจจุบัน

IDE (Integrated Drive Electronics)


ระบบนี้มีความจุใกล้เคียงกับแบบ SCSI แต่มีราคาและความเร็วในการขนย้ายข้อมูลต่ำกว่า ตัวควบคุม IDE ปัจจุบันนิยมรวมอยู่ใน แผงตัวควบคุม

เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด> Shift> ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น>>
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse > จะทำให้> ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น>>
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5> รับรองจะ> ได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ>>
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ > ซึ่งไฟล์นี้จะ> อยู่ใน c:windows ของคุณ>>
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4> เพื่อเป็นการเปิด> ดู URL List ในช่อง Address ได้เลย>>
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้> โดยที่ไม่> ต้องกดปุ่ม Stop>> 7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า > Address bar อย่างเร็วได้>>
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet > ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์> ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก>>
9. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิด> หน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้>>
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + > Back Space เพื่อแก้คำ
ที่พิมพ์ผิดไปแล้ว>>
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start *** > Run > พิมพ์จุด> (.)> ลงไปแล้วกด Enter>>
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ > ส่วนเลื่อนขึ้นคือ> Shift + Space Bar>> 13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้>>
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ>> ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น>>
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด > Startup Menu>>
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > > Properties >> เอาเครื่องหมาย Show Click ออก>>
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น>>
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click > Mouse> ที่ปุ่ม send>> 19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้>>
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน>>
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา>>
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break>>
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + > D> ถ้า> จะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ>>
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar > ส่วนการ> เว้นบรรทัดคือ Shift + Enter>>
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete>>
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD *** Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด > Autorun> ของแผ่น CD *** Rom นั้นขึ้นมา>>
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start *** > Shut Down... *** > > Restart> จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้>>
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง > และ> Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้>>
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back > กลับ>>
30. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter > เพื่อดู> รายงานต่างๆ ของ HardWare>

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การแกไขคอมพิวเตอร์



เทคนิคการแก้ไขคอมพิวเตอร์



1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด> Shift> ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น>>
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse > จะทำให้> ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น>>

3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5> รับรองจะ> ได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ>

4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ > ซึ่งไฟล์นี้จะ> อยู่ใน c:windows ของคุณ>>
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4> เพื่อเป็นการเปิด> ดู URL List ในช่อง Address ได้เลย>>
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้> โดยที่ไม่> ต้องกดปุ่ม Stop>>
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า > Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet > ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์> ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก>>
9. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิด> หน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้>>
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + > Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว>>
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start *** > Run > พิมพ์จุด> (.)> ลงไปแล้วกด Enter>>
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ > ส่วนเลื่อนขึ้นคือ> Shift + Space Bar>>
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้>>
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ>> ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น>>
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด > Startup Menu>
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > > Properties >> เอาเครื่องหมาย Show Click ออก>>
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น>>
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click > Mouse> ที่ปุ่ม send>>
19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้>>
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน>>
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา>>
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break>>
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + > D> ถ้า> จะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ>>
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar > ส่วนการ> เว้นบรรทัดคือ Shift + Enter>>
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete>>
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD *** Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด > Autorun> ของแผ่น CD *** Rom นั้นขึ้นมา>>
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start *** > Shut Down... *** > > Restart> จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้>>
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง > และ> Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้>>
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back > กลับ>>
30. คุณสามารถ ไปที่ Start *** > Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter > เพื่อดู

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อะไร คือ Blog

บล็อก (BLOG) คืออะไร

บล็อกมาจากการผสมคำระหว่าง WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG (บันทึก) = BLOG คือ เว็บไซต์ที่เจ้าของ หรือ Blogger สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา การสร้างเว็บบล็อกสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์

ภายในเว็บบล็อก จะมีระบบบริหารจัดการเว็บไซต์พื้นฐานให้แล้ว โดยการสร้างเครื่องมือสำหรับ เขียนเรื่อง โพสรูป จัดหมวดหมู่ และลูกเล่นอื่นๆ ที่ผู้จัดทำพยายามสร้างเพื่อดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ให้เข้าไปใช้บริการ เสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถโต้ตอบกันได้ (Interactive) โดยการแสดงความคิดเห็นต่อท้ายที่เรื่องนั้นๆ

บางคนมองว่าการเขียนบล็อก ก็คือการเขียนไดอารี่ออนไลน์ แท้ที่จริง ไดอารี่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบล็อกเท่านั้น คุณเปิดบล็อกขึ้นมาไม่ใช่เพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันอย่างเดียว แต่สามารถใส่ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ เช่น คุณหมอ เปิดบล็อกแนะนำเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
บล็อก คือ สื่อใหม่ (New Media) เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง คนเขียนบล็อก สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย

ลักษณะของสื่อใหม่

กลุ่มผู้รับสารจะมีขนาดเล็ก
มีลักษณะเป็น Interactive
ผู้ส่งสาอาจไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องรายได้ มีแรงจูงใจด้านอื่น เช่น ความมีชื่อเสียง, ความชอบส่วนตัว
เป็นการสื่อสารแบบเปิด ผู้รับ ผู้ส่ง มีความเท่าเทียมกัน
เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ หลากหลาย